1.  A Paris Vaccation  มิเชลล์ เดินทางจากลอนดอนมาปารีสเพื่อมางานแต่งงานของเบธ เพื่อนรักของเธอ  I’ve come to Paris to attend my best friend’s wedding.  แต่เครื่องบินของเธอมาช้าถึง 2 ชั่วโมง  My plane landed at 3:00, two hours behind schedule.  … Her plane was supposed to arrive at 1:00.  มิเชลล์ ได้พบกับ อีริค คู่รักของเบธ เป็นครั้งแรก  เธอรู้จักเบธ ตั้งแต่เมื่อเธอเดินทางมาปารีสเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว

 

 

2.  Wedding in Paris   งานแต่งงานของเบธ และอีริค จัดขึ้นในวันอาทิตย์ เป็นงานแต่งงานเล็ก ๆ ที่สวยงาม เมื่อเสร็จพิธีในโบสถ์แล้ว คู่บ่าวสาวก็ได้เดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เช้าวันรุ่งขึ้นมิเชลล์ ออกไปเดินเล่นและไปพบพอล ที่ร้านกาแฟข้างพิพิธภัณฑ์  มิเชลล์ บอกเขาว่า เธอจะบินไปฟลอเรนซ์ในวันรุ่งขึ้น และจะอยู่ที่นั่นจนถึงเย็นวันพุธ จากนั้นเธอจะนั่งรถไฟไปพบกับอีริค และเบธ ที่ซอลท์เบิร์ก ประเทศออสเตรีย

 

 

3.  Today in Paris   มิเชลล์ เดินเล่นตามถนนรอบกรุงปารีส และเข้าไปนั่งฟังเพลงในโบสถ์ จากนั้นเราจะได้พบกับพอล ในสตูดิโอของเขา  พอล ได้บอกจาร์ก ผู้ช่วยของเขาว่า เมื่อเช้านี้เขาได้ไปพบกับมิเชลล์ เพื่อนของเขาที่มาจากลอนดอน  เธอเคยสัมภาษณ์เขาเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นเขาและเธอก็เขียนจดหมายถึงกันเรื่อยมา  เขาคิดว่าถ้าเขามีโอกาสได้ไปฟลอเรนซ์กับเธอในครั้งนี้ บางทีอาจจะเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่งดงามระหว่างกัน

 

4.  Paris Today, Florence Tomorrow   มิเชลล์ พบกับพอล ที่ร้านอาหารในกรุงปารีส  พอล ได้แนะนำให้เธอรับประทานไก่อบ แต่มิเชลล์ บอกว่าเธอไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เขาจึงแนะนำผักอบกรอบให้เธอ ส่วนเขาสั่งไก่อบ (การสั่งอาหารต่างๆเป็นภาษาฝรั่งเศส และมีคำบรรยายเป็นภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ)  มิเชลล์ ได้ชวนพอล ทำโครงการด้วยกัน เธอจะเขียนเรื่องและให้เขาถ่ายภาพ  I’m interested in doing a project with you.  I would do the writing, and you would take the pictures. 

 

 

5.  To Florence and Salzburg  ระหว่างรอเครื่องบินที่สนามบิน  พอล บอกกับมิเชลล์ ว่า นี่จะเป็นการเดินทางไปฟลอเรนซ์ ครั้งแรกของเขา  เขาเคยไปกรุงโรม ประเทศอิตาลี แต่ไม่เคยไปฟลอเรนซ์  It will be my first time.  The last time I was in Italy I visited Rome, but I didn’t have time to go to Florence.  ฟลอเรนซ์ ก็เช่นเดียวกับเมืองต่าง ๆ ในยุโรป ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ  ถึงแม้มิเชลล์ จะเคยเดินทางไปฟลอเรนซ์ มาก่อน เธอก็ยังตื่นเต้นที่จะได้เห็นตึกเก่า ๆ และงานศิลปะที่สวยงาม 

 

 

6.  Two Days in Salzburg  ที่เมืองฟลอเรนซ์  มิเชลล์ และพอล ได้พูดคุยกันระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์  มิเชลล์ บอกพอล ว่า วันศุกร์นี้ อีริค และเบธ จะไปชมคอนเสิร์ตและเยี่ยมบ้านเกิดของโมสาร์ท และได้ชวนให้เธอไปด้วย  On Friday they’re going to attend a concert.  They would like me to go.  ... Eric wants to visit the place where Mozart was born.  จากนั้นพวกเธอจะไปพักที่โรงแรมซึ่งเคยเป็นพระราชวังเก่าห่างจากเมืองซอลท์เบิร์กไปประมาณ 10 ไมล์ 

 

 

7.  Our Energy Needs  เอริโกะ และเดวี พบกันหน้าห้องสมุด  ทั้งสองนัดพบปีเตอร์ ที่นั่นเพื่อช่วยกันทำรายงานเรื่องพลังงาน  เริ่มด้วยคำถามว่า ทำไมคนเราจำเป็นต้องใช้พลังงาน และได้คำตอบว่า มนุษย์ทุกคนบนโลกจำเป็นต้องใช้พลังงาน เพื่อความร้อน แสงสว่าง และการเดินทาง  จากนั้นทีมทำรายงานทั้งสามคน ก็ตกลงแยกย้ายกันทำงาน  เอริโกะ นั่งค้นคว้าต่อที่ห้องสมุด  ปีเตอร์ ไปที่ “สวนพลังงาน” ส่วนเดวี จะไปปรึกษากับ ดร. เอวาน ที่ห้องแลบ

 

 

8.  Energy Sources  เจฟ เดินเข้ามาทักทาย และพูดคุยกับปีเตอร์ ที่ “สวนพลังงาน”  ปีเตอร์ อธิบายให้เจฟ ฟัง ว่า  เซลล์แสงอาทิตย์สามารถเปลี่ยนแสงจากดวงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้  และเราหวังว่าจะใช้พลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเพราะไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์มีราคาแพงและยังไม่พัฒนา  ดร. เอวาน ได้บอกทั้งสองว่า เราจะต้องลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลลง เพราะพลังงานจากฟอสซิลกำลังจะหมดไปและไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ เมื่อมีจำนวนน้อยลงราคาก็จะสูงขึ้น  

 

 

9.  Energy Problems and the Future  ดร. เอวาน ยังได้ชี้ให้เห็นปํญหาเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันทางทะเลซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้  น้ำมันจำนวนมหาศาลได้ทะลักไหลลงสู่ทะเลทำให้ปลา นก และสัตว์อื่น ๆ มากมายเสียชีวิต  In the past few years, there have been several accidents.  These accidents have caused the deaths of many fish, birds and other wild life.  ส่วนอีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องมลพิษทางอากาศ เพราะการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้เกิดก๊าซเสีย เช่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 

 

 

10.  What about the Future?  เจฟ พบกับปีเตอร์ อีกครั้งในห้องแลบ  เขากำลังค้นคว้าเรื่องพลังงานจากเขื่อน ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นพลังงานที่สะอาดและช่วยในการจัดหาน้ำ  แต่การสร้างเขื่อนก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมีผลกระทบต่อปลาและสัตว์ป่า  ดังนั้นเราจึงต้องจำกัดจำนวนเขื่อน  Dams can cause problems for wildlife such as fish.  Therefore, the number of dams must be limited.  ส่วนพลังงานนิวเคลียร์ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อรั่วไหลไปสู่บรรยากาศและน้ำก็ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต  

 

 

11.  Places to Go… Ways to Travel…  เอ็มมา น้องสาวของจินดา สนใจใคร่รู้ว่าพี่สาวของเธอและอเล็กซ์ จะไปเที่ยวไหนกันในวันสุดสัปดาห์  ถ้าไปสวนสัตว์ก็จะได้เห็นสัตว์หลาย ๆ ชนิด  ห้องสมุดก็เหมาะที่จะดูหนังสือและศึกษาค้นคว้า … หรือจะไปสนามกีฬาก็ดี  แต่จินดา บอกว่าตั๋วดูกีฬานั้นแพงมาก  เมื่อยังตกลงกันไม่ได้อเล็กซ์ จึงขอกลับบ้านไปก่อน  

 

 

12.  Places to Go… Things to Wear…  จินดา ไปหาอเล็กซ์ ที่บ้านและได้พบกับดีแลน น้องชายตัวเล็กของเขาซึ่งเข้ามาซักไซร้อยากรู้เรื่องของพี่ ๆ  จินดาบอกว่าเธอ อเล็กซ์ และเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนจะไปโยนโบว์ลิ่งด้วยกัน  ดีแลน คิดว่าอเล็กซ์ คงอยากไปดิสโกมากกว่า  จินดา จึงบอกว่า ดิสโกมักเปิดเพลงเสียงดังและอยู่กันจนดึกดื่น ... เมื่ออเล็กซ์ มองหารองเท้าและถุงเท้า ก็พบว่าดีแลน แอบเอาถุงเท้าและรองเท้าของเขาไปเล่น

 

 

13.  Things to Wear… Feelings…  อเล็กซ์ พาดีแลน น้องชายของเขาไปซื้อเสื้อ แต่ดีแลน อยากได้ถุงมือหรือไม่ก็หมวกมากกว่า  พอกลับมาถึงบ้านดีแลน จึงโยนเสื้อที่พี่ชายซื้อให้ทิ้ง  อเล็กซ์ ดุว่าถ้าโกรธง่ายนักก็ควรหัดควบคุมอารมณ์ของตัวเองเสียบ้าง  If you get angry easily you should try to control your temper.  คุณแม่จึงเข้ามาอธิบายว่า อารมณ์มี 4 อย่างคือ ดีใจ เสียใจ โกรธ และ กลัว  คนส่วนใหญ่จะโกรธถ้ามีใครหยาบคายต่อเขา และจะเศร้าโศกเมื่อไปงานศพหรือเมื่อเพื่อนป่วย 

 

 

14.  Three Brothers… Price and Quality…  อเล็กซ์ และจินดา กำลังจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้กับโรเบิร์ต ลูกพี่ลูกน้องของเขา  โรเบิร์ต อายุ 12 ปี แก่กว่าแซม และ มาร์ตี้ น้องชายทั้งสองของเขา 5 ปี  2 คนหลังนี้เป็นฝาแฝดเกิดวันเดียวกัน แต่แซมเกิดก่อน 10 นาที เขาจึงแก่กว่ามาร์ตี้นิดหนึ่ง  จากนั้นทั้งสองก็พากันไปร้านขายเครื่องดนตรี  อเล็กซ์ สอบถามราคาไวโอลินสามตัวที่โชว์อยู่จากเจ้าของร้าน  ในที่สุดอเล็กซ์ ก็ตัดสินใจซื้อหนังสือโน้ตเพลงให้โรเบิร์ต

 

 

15.  Four Cities… Country Data…  จินดา ไปทำรายงานที่บ้านอเล็กซ์ และพบว่าเขากำลังอ่านอีเมล์จากเพื่อน ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะทำการบ้านเรื่องข้อมูลพื้นฐานของประเทศต่าง ๆ  หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันหาข้อมูลเกี่ยวกับ ระยะทาง อุณหภูมิ และประชากร ของเมืองซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ลอนดอน และ ซิดนีย์   New York is generally the coldest.  … The average temperature in London is 4 degree Celsius in January.  … Sydney is the farthest from San Francisco. 

 

 

16.  Making a New Life  บรูซ และจินดา ต้องสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจสำหรับวิชาสังคมศึกษา  มิสเตอร์บอลตัน จึงแนะนำให้ไปพบโรเจอร์ อาจารย์ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง  เขาเป็นนักศึกษาดีเด่นจากประเทศแอฟริกาใต้และเคยได้รับทุนจากทั้งอเมริกาและอังกฤษ  Roger was a top student in South Africa, and he was given a grant to study in the US.  He was also offered a grant to study in the UK.  โรเจอร์ มีพี่สาว 2 คน พี่ชาย 1 คน และเขาเป็นคนสุดท้อง ครอบครัวของเขายังอยู่ที่แอฟริกาใต้ คุณแม่เขาเสียแล้ว แต่คุณพ่อเขายังแข็งแรงและมีสุขภาพดี

 

 

17.  Happily Married  โรเจอร์ เลือกมาที่อเมริกาด้วยเหตุผลส่วนตัวคือ คู่รักของเขากำลังจะเดินทางไปนิวยอร์ก เพราะเธอต้องการเป็นนางแบบ เขาเกรงว่าถ้าเธอไปอยู่นิวยอร์ก ส่วนเขาเดินทางไปอังกฤษ เขาอาจจะสูญเสียเธอไป  My girlfriend was going to New York to get a job as a model.  I was afraid I would lose her if she went to New York and I went to England.  โรเจอร์ได้แนะนำให้เธอรู้จักกับ บรูซ และจินดา และเล่าต่อว่าหลังจากนั้น 2 ปี ทั้งคู่ก็แต่งงานและมีลูกชายด้วยกัน 1 คน  We are happily married and have a three-year-old son.

 

 

18.  A Trouble Past  บรูซ มีเรื่องที่จะขอให้คุณพ่อช่วย คือแจ็ค เพื่อนของครอบครัวซาร่า ไม่มีงานทำ ไม่มีใครจ้างเขา  อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก่อน  He can’t find a job.  Nobody will hire him.  Maybe because he hasn’t done much.  ต่อมาซาร่า ได้พาแจ็ค มาพบกับมิสเตอร์บอลตัน  แจ็ค ได้เล่าว่า เขาเริ่มมีปัญหาเรื่อยมาตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียน เมื่ออายุ 16 เขาต่อยกับเพื่อนจนฟันหัก 2 ซี่  และถูกไล่ออกจากโรงเรียนหลายครั้ง 

 

 

19.  Occupations  ซาร่า ถามบรูซ ว่าคุณแม่ของเขาทำอะไร  บรูซ ตอบว่า คุณแม่ของเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์  นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ศึกษาธรรมชาติของจักรวาลและสิ่งต่าง ๆ ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร  เธอชอบแก้ปัญหายาก ๆ และค้นคว้าสิ่งที่ไม่มีใครรู้มาก่อน  Scientists study the nature of the universe and how things work.  She likes to solve difficult problems and explore the unknown.  ซาร่า บอกว่า นักวิทยาศาสตร์ทำงานในห้องแลบและทดลองสิ่งต่าง ๆ  แต่บอกให้ชัดเจนได้ไหมว่าเธอทำอะไร  ซึ่งบรูซ เองก็ไม่รู้เช่นกัน 

 

 

20.  A Path to Success  ซาร่า ต้องทำรายงานสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจ  บรูซ จึงแนะนำให้เธอรู้จักกับคริสโตเฟอร์ อาของเขาซึ่งเป็นนักเขียน  คริสโตเฟอร์ เคยเป็นนักธุรกิจก่อนที่จะเป็นนักเขียนมีชื่อ  เขาเคยมีรายได้สูงมาก แต่เขาตัดสินใจลาออกแล้วมาเขียนหนังสือตามที่เขาใฝ่ฝัน  He earned lots of money, but he decided to quit.  He wanted to follow his dream to be a writer.  สำนักพิมพ์หลายแห่งปฏิเสธงานเขียนเล่มแรกของเขาจนเขาเกือบเลิกล้มความตั้งใจ  แต่เล่มต่อมาก็ง่ายขึ้น หนังสือของเขาถึงสองเล่มติดอันดับขายดี